Internet address
เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่เชื่อมต่ออยู่ในอินเตอร์เน็ตต้องมีแอดเดรส (address) ซึ่งเหมือนกับบ้านต้องมีเลขที่บ้านเพื่อที่จะบอกได้ว่าเป็นบ้านไหน แอดเดรสของเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องต้องไม่ซ้ำกัน ทั้งนี้จะได้แยกออกว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหน แอดเดรสที่ใช้ในอินเตอร์เน็ตคือ IP address
IP address
รูปแบบของ IP address นั้นเป็นตัวเลขล้วน( มีขนาด 32 บิต) เวลาเขียน IP address แต่ละตัวจะเขียนแทนด้วยเลขฐานสิบ โดยแบ่งเลขฐานสิบที่เขียนออกมาเป็นสี่ส่วน แต่ละส่วนคั่นด้วยจุด ดังตัวอย่าง
161.200.48.9
แต่ละส่วนจะต้องมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 255 เกินกว่านั้นไม่ได้
IP address สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม
Class A
ใช้กับเครือข่ายขนาดใหญ่ สามารถกำหนดใช้กับเครือข่ายที่มีขนาด 16.7 ล้านเครื่อง โดยใช้ IP addressตั้งแต่
10.0.0.1 - 10.255.255.255 SubNet mask 255.0.0.0
Class B
ใช้กับเครือข่ายขนาดกลาง สามารถกำหนดใช้กับเครือข่ายที่มีขนาด 65,535 เครื่อง โดยใช้ IP addressตั้งแต่
172.16.0.0 - 172.31.255.255 SubNet mask 255.255.0.0
Class C
ใช้กับเครือข่ายขนาดเล็ก สามารถกำหนดใช้กับเครือข่ายที่มีขนาด 255 เครื่อง โดยใช้ IP addressตั้งแต่
192.168.0.0 - 192.168.255.255 SubNet mask 255.255.255.0
Class D
Class นี้จะไม่ถูกนำมาใช้กำหนดให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่จะถูกใช้สำหรับการส่งข้อมูลแบบ Multicast ของบาง Application
Class E
Class นี้เป็น Address ที่ถูกสงวนไว้ก่อน ยังไม่ถูกใช้งานจริง ๆ
เทคนิคการใช้ ip ร่วมกัน
เนื่องจากจำนวนไอพีแอดเดรสนั้นมีจำนวนจำกัดและศูนย์บริการฯ มักจะแจกไอพีแอดเดรสให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราจึงมีเทคนิคในการจัดการกับไอพีแอดเดรสให้เพียงพอโดยการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในองค์กรติดต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตด้วยไอพีแอดเดรสของเครื่อง ที่ทำหน้าที่เป็นเกตเวย์
โดยจะมีเทคนิคที่นิยมในการใช้ไอพีแอดเดรสร่วมกันจะมีสองวิธีคือ เทคนิค พร็อกซิ และเทคนิค NAT โดยเทคนิคพร็อกซีจะเป็นการให้เครื่องเกตเวย์ทำหน้าที่เรียกข้อมูลแทนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในระบบเครือข่าย ส่วนเทคนิค NAT นั้นจะใช้วิธีให้เครื่องเกตเวย์ทำหน้าที่แปลงไอพีกลับไปมาระหว่างไอพีแอดเดรสจริงกับไอพีแอดเดรสสำรอง
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น